blog

ขนส่งระหว่างประเทศ

คอนโซล LCL – มีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไร

ประโยชน์ของการเลือก LCL

10 สินค้าส่งออกไทย ดาวเด่น ปี 2567 ขณะ หอการค้า คาด “ค่าเงินบาท” แนวโน้มแข็งค่า เสี่ยงโอกาสแข่งขัน

IMF ปรับการคาดการณ์ GDP โลก ปี 2567 เพิ่มเป็น 3.1% เนื่องจากความสามารถในการฟื้นตัวของสหรัฐอเมริกา และประเทศกำลังพัฒนา ตลอดจนการสนับสนุนทางการคลังในประเทศจีน มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นกลายเป็นโอกาสของตลาดส่งออกสินค้าไทย เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น อาจทำให้ การค้าระหว่างประเทศปีนี้ ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3.3% ตามการคาดการณ์ของ IMF เช่นเดียวกัน ซึ่งจะมาจากปัจจัยสนับสนุนหลัก อย่าง อัตราเงินเฟ้อของโลกที่ลดลง, อัตราดอกเบี้ยของประเทศต่างๆ ที่คาดว่าจะลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง และ การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน แม้จะชะลอตัวจากปี 2566 รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า จากปัจจัยบวกข้างต้น จะทำให้ การส่งออกไทย ปี 2567 ขยายตัว 2.5% หรือมีมูลค่า 291,676 ล้านดอลลาร์สหรัฐเจาะ “ค่าเงินบาท” ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งออก พบ ช่วงครึ่งปีแรก ปี 2567 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เงินบาทอ่อนค่าไปแล้ว 5.2% ซึ่งแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่าเช่นนี้ ส่งผลดีต่อความสามารถในการแข่งขันอย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่า ค่าเงินบาท ในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออก ประเมิน เงินบาทไทย จะอยู่ที่ 34 – 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการแข็งค่าเงินบาท จะมาทั้งจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลเพิ่มขึ้น จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวFDI ที่เพิ่มขึ้น จากการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ

10 สินค้าส่งออก ดาวเด่น (อัตราการขยายตัวสูง/สัดส่วนการส่งออกสูง) ได้แก่

อันดับ 1 น้ำมันสำเร็จรูป
อันดับ 2 โทรศัพท์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ
อันดับ 3 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สารกึ่งตัวนำ
อันดับ 4 ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง
อันดับ 5 หม้อแปลงไฟฟ้า
อันดับ 6 รถยนต์ และอะไหล่
อันดับ 7 อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฟังก์ชั่นเฉพาะตัว
อันดับ 8 แผนวงจรไฟฟ้า
อันดับ 9 ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้
อันดับ 10 เครื่องจักรกล
10 สินค้าส่งออก ดาวรุ่ง (อัตราการขยายตัวสูง แต่สัดส่วนการส่งออกต่ำ) ได้แก่

อันดับ 1 รถแทรกเตอร์
อันดับ 2 กระเป๋าเดินทาง/กระเป๋าอื่นๆ
อันดับ 3 ไก่สดแช่แข็ง
อันดับ 4 โคมไฟและสปอตไลต์
อันดับ 5 เส้นใยประดิษฐ์
อันดับ 6 นาฬิกา และส่วนประกอบ
อันดับ 7 กระดิ่ง ไซเรน สัญญาณกันขโมย
อันดับ 8 เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์
อันดับ 9 มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
อันดับ 10 เนื้อสัตว์
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ , ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย

คลองขุด

แลนด์บริดจ์จะเปลี่ยนเป็นการสร้างคลองขุดได้หรือไม่ ?

ในด้านวัตถุประสงค์ แลนด์บริดจ์และคลองขุดเป็นโครงการเพื่อเชื่อมทะเล 2 ฝั่งให้ถึงกันเหมือนกัน เป็นการชักจูงเรือขนส่งต่างชาติให้มาใช้บริการ ให้วิ่งทางลัด ให้ลดต้นทุนการเดินเรือ ส่งผลให้เกิดการสร้างงาน และสร้างเศรษฐกิจของประเทศเหมือนกัน
แลนด์บริดจ์เป็น “ทะเล-บก-ทะเล” ส่วนคลองขุดเป็นการขุดแผ่นดินให้เป็น “ทะเล-คลอง-ทะเล” การขนส่งผ่านแลนด์บริดจ์จึงมีความเสี่ยงมากกว่า ต้องขนสินค้าขึ้นบกและลงเรืออีกฝั่ง ต้อง เคลื่อนย้ายทางบก มีพิธีการศุลกากร และมีการจัดการเพิ่มขึ้น
คลองขุดทำให้เรือขนส่งวิ่งเข้าคลองทะลุทะเล 2 ฝั่ง เรือจึงสะดวกมากกว่า ทั้งแลนด์บริดจ์และการขุดคลองต่างก็มีข้อดีและข้อเสีย และใช้กันหลายประเทศ ตัวอย่างเช่น
สะพานเศรษฐกิจทางบกอเมริกาเหนือ (North American Landbridge) ใช้เชื่อมท่าเรือฝั่งตะวันตกและตะวันออกในอเมริกาเหนือ สะพานเศรษฐกิจยุโรปเอเซีย (Eurasian Landbridge) ใช้เชื่อมประเทศจีน รัสเซีย และทวีปยุโรปด้วยการขนส่งทางราง (กรุงเทพธุรกิจ 28 ต.ค. 66)
คลองสุเอชในอียิปต์ใช้เชื่อมทวีปยุโรปและเอเซีย มีความยาวราว 163 กม. กว้างน้อยที่สุดราว 55 กม. และลึกน้อยที่สุดราว 12 เมตร ใช้เวลาผ่านคลองราว 13 ชั่วโมงโดยไม่ต้องอ้อมไปทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาที่ต้องเดินทางถึง 6,400 กม.
คลองปานามาเชื่อมทวีปอเมริกาเหนือกับใต้ และเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกกับแอตแลนติก ยาวราว 65 กม. กว้างน้อยที่สุดราว 91 เมตร ลึกน้อยที่สุดราว 12 เมตร และใช้เวลาผ่านคลองราว 8 ชั่วโมง เป็นต้น (www.saranukromthai.or.th)
ในเมื่อมีการใช้ทั้ง 2 แบบในหลายประเทศ มันจึงตอบไม่ได้ง่าย ๆ ว่าแบบไหนดีกว่ากัน

ประเทศไทยเคยได้รับการติดต่อจากอังกฤษให้ขุดคลองบริเวณ “คอคอดกระ” ตั้งแต่รัชการที่ 4 แต่สุดท้ายเพราะผลประโยชน์ของอังกฤษเอง สงครามโลก และการเมืองทำให้ต้องล้มเลิกไป
ต่อมาก็มีการศึกษาอีกหลายครั้ง มีหลายพื้นที่ให้เลือกขุดคลอง แต่ก็พบปัญหาเดิม ๆ เช่น ภูเขาสูงใหญ่ ขุดลำบาก ความไม่คุ้มค่า และการเมืองทั้งภายในและระหว่างประเทศ
ปัจจุบันเทคโนโลยีการขุดพัฒนาไปมาก การเมืองระหว่างประเทศลดลง การขนส่งทางทะเลมากขึ้น คลองขุดจึงน่าจะได้รับความสนในจากเรือขนส่งต่างชาติมากกว่าแลนด์บริดจ์
ในเมื่อความคุ้มค่าเปลี่ยน การลองคิดเล่น ๆ ถึงผลดีของคลองขุดเพิ่มก็ไม่เสียหายอะไร
1. ขนาดของคลอง
ความกว้างและความลึกของคลองดูจากข้างต้นเต็าที่ไม่เกิน 55 กม. ลึก 12 เมตร ส่วนจะขุดตรงไหน ยาวแค่ไหน และขนาดเท่าไรก็ต้องเป็นเรื่องของการสำรวจทางวิศวกรรม
2. ดินที่ได้จากการขุดคลอง
ดิน หิน และแร่ต่าง ๆ ที่ได้จากการขุดคลอง หากไม่ใช้ประโยชน์ก็นำไปถมทะเลด้านอ่าวไทยและอันดามันจะได้แผ่นดินเพิ่มมหาศาล แผ่นดินที่เพิ่มสามารถสร้างสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ให้เป็นที่ทำกินของคนท้องถิ่นที่ถูกเวรคืนที่ดิน หรือสร้างสาธารณประโยชน์เพิ่มได้มากมาย
3. เชิดชูศาสนาอิสลาม
แผ่นดินที่เพิ่มให้นำไปสร้างสถานที่ทางศาสนาอิสลามให้ใหญ่โต ให้สวยงาม ให้ชาวมุสลิมมีส่วนร่วม ให้เป็นที่สักการะบูชา ให้เป็นแหล่งเศรษฐกิจ และเพื่อลดความขัดแย้ง
4. ตลอดแนวคลอง
ตลอดแนวคลองที่ขุดใหม่สามารถสร้างสะพานเชื่อมหลายแห่ง สร้างทิวทัศน์ให้สวยงามให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นการสร้างงานให้แก่คนท้องถิ่นได้มากมาย
5. ศูนย์แสดงสินค้า
ศูนย์แสดงสินค้าปลอดอากรสามารถเกิดได้ทันที เรือสินค้าเทียบท่าและขนสินค้าขึ้นแสดงโดยไม่ต้องเสียอากร ภายหลังการแสดงก็ขนกลับทางเรือ หรือเสียอากรในภายหลังเพื่อนำเข้า
6. ระบบนิเวศ
การขุดคลองกระทบแน่ แต่ก็สามารถสร้างระบบนิเวศขึ้นมาใหม่ได้ เมื่อรู้ถึงผลกระทบล่วงหน้าก็ควรใช้การบริหารและการจัดการทั้งป้องกันและแก้ไขให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด
ทั้งหมดเป็นแนวคิดเล่น ๆ เพื่อดึงความคิดให้ออกจากแลนด์บริดจ์ชั่วคราว
แต่สิ่งที่เป็นจริงคือ คลองขุดเป็น “ทะเล-คลอง-ทะเล” ที่ดึงดูดสายการเดินเรือต่างชาติให้มาวิ่งผ่านมากกว่า ให้มาใช้บริการได้มากกว่า และได้แผ่นดินเพิ่มขึ้นมหาศาล
ในเมื่อแลนด์บริดจ์และคลองขุดทำเพื่อการขนส่งเป็นหลัก คำตอบสุดท้ายจึงอยู่ที่สายการเดินเรือต่างชาติ หากเรือขนส่งไม่มาใช้บริการหรือใช้บริการน้อย ประโยชน์ที่คิดว่าจะได้คุ้มค่า มันก็อาจได้แต่ไม่คุ้มค่าอย่างที่คิด แบบนี้สู้ไม่สร้างอะไรเลยจะดีกว่า.

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
for Home and Health,
please visit https://www.inno-home.com

land bridge
Views: 29

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *